การปรับแต่งไฟตกแต่งภายในของเมอร์เซเดสสะท้อนให้เห็นถึงจุดมุ่งหมายของแบรนด์ที่เน้นการปรับแต่งแบบเฉพาะบุคคล โดยมีเครื่องมือหลากหลายที่ช่วยให้เจ้าของรถสามารถปรับแต่งแสงสว่างภายในรถให้สอดคล้องกับรสนิยม ไลฟ์สไตล์ และบริบททางวัฒนธรรมของตนเอง หัวใจสำคัญของระบบคือความยืดหยุ่นสูง ที่สามารถปรับแต่งได้หลายมิติ ได้แก่ สี (มีให้เลือกมากกว่า 64 แบบ) ความสว่าง (ตั้งแต่ระดับแทบมองไม่เห็นไปจนถึงสว่างจ้า) การควบคุมโซนต่างๆ (ปรับแต่งแต่ละจุดได้ เช่น แผงประตู แผงหน้าปัด พื้นที่เท้า) และโหมดแสงเคลื่อนไหว (คงที่ เปลี่ยนสีค่อยๆไล่โทน หรือกระพริบเป็นจังหวะ) ฟีเจอร์การปรับแต่งขั้นสูงรวมถึง "การสร้างฉากแสง (Scene Creation)" ที่ผู้ใช้สามารถตั้งค่าโปรไฟล์แสงสำหรับโอกาสเฉพาะ เช่น "การประชุมทางธุรกิจ" ด้วยโทนขาวสะอาดเพื่อเพิ่มสมาธิการทำงาน "มื้อค่ำสุดโรแมนติก" ด้วยสีแดงและม่วงอ่อนเพื่อสร้างบรรยากาศ หรือ "การเดินทางไกล" ด้วยการเปลี่ยนสีไล่ตามจังหวะเพื่อเติมพลังให้ผู้โดยสาร ระบบยังสามารถเชื่อมต่อกับ MBUX และแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟน เพื่อควบคุมอย่างไร้รอยต่อ รวมถึงการตั้งเวลาไว้ล่วงหน้า (เช่น เปิดใช้งานโหมด "ยามเช้า" เวลา 7:00 น. อัตโนมัติ) และการประสานงานกับอุปกรณ์ภายนอก (เช่น ระบบไฟภายในบ้านผ่านการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฮม) สำหรับผู้หลงใหลในเทคโนโลยี ยังมีทางเลือกเพิ่มเติมจากผู้ผลิตภายนอก เช่น การปรับสีเองแบบ DIY รูปแบบแสงพิเศษ (เช่น โลโก้แบรนด์ที่ฉายลงบนแผงประตู) และการเชื่อมโยงกับข้อมูลการทำงานของรถ (เช่น แสงที่ตอบสนองตามความเร็วหรือรอบเครื่องยนต์) ความทนทานของระบบยังคงรักษาไว้ได้ผ่านการควบคุมเฟิร์มแวร์ที่ป้องกันไม่ให้การปรับแต่งเกินขีดจำกัดการทำงานของหลอด LED เพื่อป้องกันการร้อนเกินหรือเสียหายก่อนเวลา อีกทั้งการปรับแต่งนี้ยังสามารถตอบโจทย์ความชอบที่หลากหลายทั่วโลก เช่น ในญี่ปุ่นที่นิยมความเรียบง่าย ผู้ใช้มักเลือกสีขาวและเทาแบบเรียบๆ ในบราซิลนิยมลวดลายที่สดใสและเคลื่อนไหว ในขณะที่ในเยอรมนีให้ความสำคัญกับการแมทช์สีให้กลมกลืนกับวัสดุภายในรถ ด้วยการมอบอำนาจในการควบคุมไว้ในมือของเจ้าของรถ เมอร์เซเดสจึงเปลี่ยนพื้นที่ห้องโดยสารจากรถมาตรฐานให้กลายเป็นพื้นที่แสดงออกถึงเอกลักษณ์เฉพาะตัว ช่วยเสริมสร้างความผูกพันทางอารมณ์กับรถยนต์