ระบบไฟตกแต่งภายใน GLA Ambient Light ได้รับการออกแบบมาเพื่อเข้ากับรถยนต์คลาส GLA ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ซึ่งเป็นรถ SUV ขนาดเล็กที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ในเมือง โดยเน้นพลังความสดใสและความใช้งานได้จริง ระบบไฟตกแต่งนี้ออกแบบให้เข้ากับห้องโดยสารที่มีลักษณะสปอร์ตและกะทัดรัดของ GLA ซึ่งมีเส้นสายที่คมชัด หน้าจอแสดงผลที่มีเทคโนโลยีทันสมัย และพื้นที่เก็บของที่ปรับเปลี่ยนได้ โดยติดตั้งระบบไฟไว้ตามขอบแผงประตู วงแหวนช่องลม บริเวณพื้นที่วางเท้า และฐานของคอนโซลกลาง เพื่อเพิ่มทั้งความสวยงามและการใช้งานจริง หนึ่งในเป้าหมายหลักในการออกแบบคือการสร้างความรู้สึกโปร่งสบายภายในห้องโดยสารที่มีพื้นที่จำกัด โดยใช้แถบ LED แบบกระจายแสงเพื่อให้แสงสว่างสม่ำเสมอและหลีกเลี่ยงเงาที่รบกวน ระบบจากโรงงานมีให้เลือกถึง 64 สีที่ปรับแต่งได้ รวมถึงโหมดแบบไดนามิกอย่างโหมด "Music Sync" ที่ระบบไฟจะตอบสนองไปตามจังหวะเสียงเพลง ซึ่งได้รับความนิยมจากผู้ขับขี่วัยรุ่นในตลาดเช่นสหรัฐอเมริกา เกาหลีใต้ และบราซิล สำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน ระบบไฟตกแต่ง GLA ยังมีฟีเจอร์ "Entry Assist" ที่ช่วยเพิ่มความสว่างบริเวณธรณีประตูและพื้นที่วางเท้าเมื่อปลดล็อกรถ เพื่อให้เข้าไปในรถได้อย่างปลอดภัยในที่ที่มีแสงน้อย ระบบยังสามารถทำงานร่วมกับความสามารถในการขับขี่แบบออฟโรดของ GLA โดยมีโหมดเฉพาะ "Trail Mode" ที่เปลี่ยนเป็นสีส้มที่มองเห็นได้ชัดเจน เพื่อเน้นปุ่มควบคุมที่เกี่ยวข้องกับการขับขี่บนทางฝุ่นหรือทางขรุขระ ฟีเจอร์ด้านความทนทานรวมถึงตัวเชื่อมต่อที่กันความชื้นได้สำหรับบริเวณพื้นที่วางเท้าเพื่อรับมือกับการหกเลอะ และตัวยึดที่ลดการสั่นสะเทือนเพื่อรองรับหลุมบ่อถนนในเมือง สำหรับอุปกรณ์เสริมที่มีจำหน่ายในตลาดรอง (Aftermarket) สำหรับ GLA ประกอบด้วยแถบไฟที่ยืดยาวออกไปสำหรับพื้นที่บรรทุกสัมภาระ เพื่อเพิ่มทัศนวิสัยเวลาบรรทุกของ รวมถึงตัวควบคุม RGB ที่สามารถปรับแต่งผ่านแอปพลิเคชันได้มากกว่าการตั้งค่าจากโรงงาน การปฏิบัติตามมาตรฐานสากล (เช่น CE, FCC) ทำให้ระบบไฟนี้สามารถใช้งานร่วมกับระบบไฟฟ้าในแต่ละภูมิภาค ตั้งแต่ระบบ 12V ในยุโรปไปจนถึงระบบ 14V ในอเมริกาเหนือ ดังนั้น ระบบไฟตกแต่ง GLA Ambient Light จึงสะท้อนแนวคิดของรุ่นรถนี้ได้อย่างชัดเจน นั่นคือรถยนต์ที่ผสมผสานความทันสมัยในเมืองเข้ากับความพร้อมสำหรับการผจญภัย ซึ่งดึงดูดผู้ขับขี่ที่หลากหลายที่ต้องการความเป็นส่วนตัวในแพ็กเกจขนาดกะทัดรัด