ไฟตกแต่งภายใน RGB ของ Mercedes W205 ใช้เทคโนโลยี LED สีแดง เขียว น้ำเงิน (Red Green Blue) เพื่อการปรับแต่งสีที่หลากหลายและแม่นยำ สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับการตกแต่งภายในของ C-Class ระบบดังกล่าวรวมช่องสัญญาณสีหลักทั้งสาม (แต่ละช่องมี 256 ระดับ) เพื่อผลิตสีพื้นฐานมากกว่า 64 สี หรือเลือกสีแบบกำหนดเองได้กว่าล้านเฉด ทำให้สามารถจับคู่สีกับวัสดุตกแต่งภายในได้อย่างแม่นยำ เช่น หนังสีครีม (จับคู่กับสีทองอ่อน) หรือเบาะสีดำ (เข้ากันได้ดีกับสีน้ำเงินเข้ม) หัวใจสำคัญของประสิทธิภาพคืออัลกอริธึมปรับเทียบสีแบบเฉพาะสิทธิ์ิของเมอร์เซเดส ซึ่งช่วยรักษาความสม่ำเสมอของสีในทุกโซน (ประตู แผงหน้าปัด พื้นเท้า) แม้อุณหภูมิจะเปลี่ยนแปลง หลีกเลี่ยงปัญหาการจางของสีที่พบได้ในระบบ RGB ทั่วไป โหมดการทำงานแบบไดนามิกมีให้เลือก เช่น "Smooth Transition" (เปลี่ยนสีอย่างนุ่มนวลภายใน 5-10 วินาที) "Pulse" (ความสว่างเปลี่ยนแปลงตามสีที่เลือก) และ "Audio Sync" (ไฟตอบสนองต่อความถี่ของเสียงเพลงผ่านระบบเสียงของ W205) สำหรับรุ่นปี 2019 ขึ้นไป การควบคุม RGB ผ่านระบบ MBUX ช่วยให้ควบคุมด้วยเสียง (เช่น "Set RGB to forest green") และบันทึกการตั้งค่าสีที่กำหนดไว้ในโปรไฟล์ผู้ขับ ไฟ LED ใช้ชิป SMD 5050 ที่มีอายุการใช้งานมากกว่า 50,000 ชั่วโมง รักษาความสดใสของสีไว้ได้ยาวนาน พร้อมระบบจัดการความร้อนเพื่อป้องกันการโอเวอร์ฮีตขณะใช้งานต่อเนื่อง ชุดอุปกรณ์ RGB สำหรับตลาดค้าส่งมีคุณสมบัติเพิ่มเติม เช่น "Color Link" (สีของไฟจะตรงกับเนื้อหาบนหน้าจอ) และ "GPS Mood" (สีของแสงจะปรับตามเขตเวลาของสถานที่) เพื่อให้ได้รับความนิยมทั่วโลก มีการตั้งค่าสีพื้นฐานเฉพาะตามภูมิภาค เช่น "Nordic Cool" (สีฟ้า/ขาว) ในสแกนดิเนเวีย "Tropical Vibrant" (สีเขียว/ม่วง) ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และ "Desert Warmth" (สีส้ม/ทอง) ในตะวันออกกลาง เทคโนโลยี RGB นี้ช่วยให้เจ้าของ W205 สามารถเปลี่ยนห้องโดยสารให้เป็นผืนผ้าใบแห่งสไตล์ส่วนตัวในทุกการขับขี่