สีไฟตกแต่งโดยรอบของเบนซ์ได้รับการปรับแต่งอย่างพิถีพิถันเพื่อสร้างความสมดุลระหว่างความสวยงาม ผลกระทบทางจิตวิทยา และประโยชน์ใช้สอย โดยมีเฉดสีที่หลากหลายเพื่อตอบสนองรสนิยมและสถานการณ์การขับขี่ที่แตกต่างกันทั่วโลก ช่วงสีหลักโดยทั่วไปประกอบด้วยโทนสี 64 สีที่สามารถปรับแต่งได้ ซึ่งได้รับการพัฒนาขึ้นจากการวิจัยผู้ใช้งานอย่างละเอียดในหลายตลาด เพื่อให้เกิดความเหมาะสมและใช้งานได้หลากหลาย สีโทนอุ่น เช่น สีอำพัน สีทอง และสีส้มอ่อน ถูกออกแบบมาเพื่อสร้างความรู้สึกอบอุ่นและความใกล้ชิด เหมาะสำหรับการขับขี่ในยามเย็นหรือการเดินทางกับครอบครัว โดยได้รับความนิยมเป็นพิเศษในแถบเมดิเตอร์เรเนียน ซึ่งให้ความสำคัญกับบรรยากาศภายในห้องโดยสารที่อบอุ่น ส่วนโทนสีเย็น เช่น สีฟ้าแกมเขียว สีน้ำเงินแกมเขียว และสีเงิน ช่วยกระตุ้นให้รู้สึกตื่นตัวและทันสมัย ได้รับความนิยมในเขตเมืองและกลุ่มคนขับขี่วัยรุ่นในอเมริกาเหนือและยุโรป ส่วนเฉดสีกลาง เช่น สีขาวและครีม ให้ความสง่างามแบบเรียบง่าย เข้ากันได้ดีกับห้องโดยสารที่ตกแต่งแบบมินิมอล ซึ่งพบได้บ่อยในตลาดสแกนดิเนเวีย นอกเหนือจากความสวยงามแล้ว การเลือกสียังคำนึงถึงประโยชน์ใช้สอยด้วย สีแดงและส้มช่วยเพิ่มทัศนวิสัยในสภาพหมอกหรือแสงน้อย ในขณะที่สีเขียวและสีน้ำเงินช่วยลดแสงสะท้อนในเวลากลางคืน วิศวกรของเมอร์เซเดสใช้เทคโนโลยี LED RGBW (Red, Green, Blue, White) เพื่อให้ได้สีที่แม่นยำ รับประกันความสม่ำเสมอของสีในโซนต่างๆ ของห้องโดยสาร และป้องกันการเปลี่ยนแปลงของสีตามกาลเวลา ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการรักษาความหรูหราของแบรนด์ การปรับแต่งตามภูมิภาคก็มีเช่นกัน โดยมีการตั้งค่าสีเฉพาะตลาด เช่น "Desert Night" ในรุ่นที่จำหน่ายในตะวันออกกลาง มีโทนสีน้ำเงินและม่วงเข้ม ในขณะที่ "Alpine Glow" ในรุ่นที่จำหน่ายในยุโรป เน้นสีชมพูอุ่นและสีทอง การควบคุมสีใช้งานง่าย สามารถเข้าถึงได้ผ่านระบบ MBUX ปุ่มบนพวงมาลัย หรือคำสั่งเสียง ช่วยให้ผู้ใช้สามารถบันทึกการตั้งค่าสีเฉพาะบุคคลไว้ใช้ในอนาคต ไม่ว่าจะเพื่อให้สอดคล้องกับวัฒนธรรม เพิ่มอารมณ์ หรือตอบโจทย์การใช้งาน ไฟตกแต่งโดยรอบของเบนซ์สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของแบรนด์ในการมอบประสบการณ์ที่ปรับแต่งได้ตามความต้องการ ทำให้ผู้ขับขี่ทุกคนสามารถค้นหาโทนสีที่ตรงกับอัตลักษณ์และสภาพแวดล้อมของตนเองได้